ขันธ์ 5 คืออะไร?
มีคนถามว่าจะเริ่มเรียนรู้คำของพระพุทธเจ้าจะต้องเริ่มเรียนรู้ธรรมข้อไหน่ก่อนจึงจะเข้าใจง่าย
กระผมคิดว่า (ความเห็นส่วนตัว)
ต้องทำความเข้าใจเรื่อง ขันธ์ 5 ก่อน เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวเองที่สุดแต่คนส่วนใหญ่มองไม่เห็น
ขันธ์ 5 คือ ความเป็นตัวตนที่ราคิดว่ามันคือตัวเราของเราทั้งๆที่มันไม่ใช่
1. รูป (ร่างกายเราที่เราสัมผัสได้ด้วยกาย ตั้งแต่หัว เท้า รวมทั้ง ลมหายใจด้วย)
2. เวทนา (1. ความรู้สึกเป็นสุข 2. ความรู้สึกเป็นทุกข์ 3. ความรู้สึกเฉยๆ)
3. สัญญา (ความทรงจำ เรื่องราวทุกอยางในอดีต ความรู้ต่างๆที่เราจำได้ ภาษาที่เราพูดออกมา สมาธิที่เราทำได้ ล้วนเป็นสัญญา)
4. สังขาร (ความคิดจินตนาการ ปรุงแต่งเรื่องราวต่างๆ ในอนาคต ความคิดเพื้อฝันเป็นเรื่องเป็นราว)
5. วิญญาณ (ธาตุรู้ ทำหน้าที่เหมือนแสงไฟฉาย สองในขันทั้น 4 คือรูป เวทนา สัญญา สังขาร
แสงแห่งวิญญาณคือ ธาตุรู้ส่องไปตรงไหนคือ ตรงนั้นเกิด เช่นถ้ารู้ ภายในกาย ลมหายใจ ก็คือรูปเกิด ถ้าไปรู้เรื่องราวในอดีต ก็คือ สัญญาเกิด เท่ากับรูปดับ เป็นอย่างนี้อยู่ตลอดกาล พระพุทธเจ้าแนะนำก็คือถ้ายังวางขันธ์ 5 ไม่ได้ให้พยายมอยู่กับรูปให้มากเพราะมันเป็นที่ๆปลอดภัยมากที่สุด ใครรู้เรื่องนี้คือรู้ เหตุเกิด ละเหตุดับ ของทุกข์ ครับ
พระสูตรเกี่ยวกับ ขันธ์ 5
1. รูป
2.เวทนา
3.สัญญา
4.สังขาร
5.วิญญาณ
ความหมายของคำว่า “รูป”
ภิกษุ ท. ! คนทั่วไป กล่าวกันว่า “รูป” เพราะอาศัยความหมาย
อะไรเล่า ? ภิกษุ ท. ! เพราะกิริยาที่แตกสลายได้ มีอยู่ ในสิ่งนั้น (เช่น
นี้แล) ดังนั้น สิ่งนั้น จึงถูกเรียกว่า รูป. สิ่งนั้น แตกสลายได้ เพราะอะไร ?
สิ่งนั้น แตกสลายได้เพราะความเย็นบ้าง, แตกสลายได้ เพราะความร้อนบ้าง,
แตกสลายได้ เพราะความหิวบ้าง, แตกสลายได้ เพราะความกระหายบ้าง,
แตกสลายได้ เพราะถูกต้องกับเหลือบ ยุง ลม แดด และสัตว์เลื้อยคลานบ้าง,
(ดังนี้เป็นต้น). ภิกษุ ท. ! เพราะกิริยาที่แตกสลายได้ มีอยู่ ในสิ่งนั้น
(เช่นนี้แล) ดังนั้น สิ่งนั้น จึงถูกเรียกว่ารูป.
- ขนฺธ. สํ. ๑๗/๑๐๕/๑๕๙.
ความหมายของคำว่า “เวทนา”
ภิกษุ ท. ! คนทั่วไป กล่าวกันว่า “เวทนา” เพราะอาศัยความหมาย
อะไรเล่า ? ภิกษุ ท. ! เพราะกิริยาที่รู้สึก (ต่อผลอันเกิดจากผัสสะ) ได้ มีอยู่
ในสิ่งนั้น (เช่นนี้แล) ดังนั้น สิ่งนั้น จึงถูกเรียกว่า เวทนา. สิ่งนั้น ย่อมรู้สึกได้
ซึ่งอะไร ? สิ่งนั้น ย่อมรู้สึกได้ ซึ่งความรู้สึกอันเป็นสุขบ้าง, ย่อมรู้สึกได้ ซึ่งความ
รู้สึกอันเป็นทุกข์บ้าง, และย่อมรู้สึกได้ ซึ่งความรู้สึกอันไม่ทุกข์ไม่สุขบ้าง
(ดังนี้เป็นต้น). ภิกษุ ท. ! เพราะกิริยาที่รู้สึก (ต่อผลอันเกิดจากผัสสะ) ได้
มีอยู่ ในสิ่งนั้น (เช่นนี้แล) ดังนั้น สิ่งนั้น จึงถูกเรียกว่า เวทนา.
- ขนฺธ. สํ. ๑๗/๑๐๕/๑๕๙
ความหมายของคำว่า “สัญญา”
ภิกษุ ท. ! คนทั่วไป กล่าวกันว่า “สัญญา” เพราะอาศัยความหมาย
อะไรเล่า ? ภิกษุ ท. ! เพราะกิริยาที่หมายรู้ได้พร้อม มีอยู่ ในสิ่งนั้น (เช่นนี้
แล) ดังนั้น สิ่งนั้น จึงถูกเรียกว่า สัญญา. สิ่งนั้น ย่อมหมายรู้ได้พร้อม ซึ่งอะไร ?
สิ่งนั้น ย่อมหมายรู้ได้พร้อม ซึ่งสีเขียวบ้าง, ย่อมหมายรู้ได้พร้อม ซึ่งสีเหลือง
บ้าง, ย่อมหมายรู้ได้พร้อม ซึ่งสีแดงบ้าง, และย่อมหมายรู้ได้พร้อม ซึ่ง
สีขาวบ้าง (ดังนี้เป็นต้น). ภิกษุ ท. ! เพราะกิริยาที่หมายรู้ได้พร้อม มีอยู่ ใน
สิ่งนั้น (เช่นนี้แล) ดังนั้น สิ่งนั้น จึงถูกเรียกว่า สัญญา.
- ขนฺธฺ. สํ. ๑๗/๑๐๕/๑๕๙.
ความหมายของคำว่า “สังขาร”
ภิกษุ ท. ! คนทั่วไป กล่าวกันว่า “สังขารทั้งหลาย” เพราะอาศัยความ
หมายอะไรเล่า? ภิกษุ ท. ! เพราะกิริยาที่ปรุงแต่งให้สำเร็จรูป มีอยู่ ในสิ่ง
นั้น (เช่นนี้แล) ดังนั้น สิ่งนั้น จึงถูกเรียกว่า สังขาร. สิ่งนั้นย่อมปรุงแต่ง
อะไร ให้เป็นของสำเร็จรูป ? สิ่งนั้นย่อมปรุงแต่งรูป ให้สำเร็จรูปเพื่อความ
เป็นรูป, ย่อมปรุงแต่งเวทนา ให้สำเร็จรูป เพื่อความเป็นเวทนา, ย่อมปรุง
แต่งสัญญา ให้สำเร็จรูป เพื่อความเป็นสัญญา, ย่อมปรุงแต่งสังขารให้สำเร็จ
รูป เพื่อความเป็นสังขาร, และย่อมปรุงแต่งวิญญาณให้สำเร็จรูปเพื่อความ
เป็นวิญญาณ. ภิกษุ ท. ! เพราะกิริยาที่ปรุงแต่งให้สำเร็จรูป มีอยู่ในสิ่งนั้น
(เช่นนี้แล) ดังนั้น สิ่งนั้น จึงถูกเรียกว่าสังขารทั้งหลาย.
- ขนฺธ. สํ. ๑๗/๑๐๖/๑๕๙.
ความหมายของคำว่า “วิญญาณ”
ภิกษุ ท. ! คนทั่วไป กล่าวกันว่า “วิญญาณ” เพราะอาศัยความหมาย
อะไรเล่า ? ภิกษุ ท. ! เพราะกิริยาที่รู้แจ้ง (ต่ออารมณ์ที่มากระทบ) ได้ มีอยู่
ในสิ่งนั้น (เช่นนี้แล) ดังนั้น สิ่งนั้น จึงถูกเรียกว่า วิญญาณ. สิ่งนั้น ย่อมรู้แจ้ง
ซึ่งอะไร ? สิ่งนั้น ย่อมรู้แจ้ง ซึ่งความเปรี้ยวบ้าง, ย่อมรู้แจ้ง ซึ่งความขมบ้าง,
ย่อมรู้แจ้ง ซึ่งความเผ็ดร้อนบ้าง, ย่อมรู้แจ้งซึ่ง ความหวานบ้าง, ย่อมรู้แจ้ง
ซึ่งความขื่นบ้าง, ย่อมรู้แจ้ง ซึ่งความความไม่ขื่นบ้าง, ย่อมรู้แจ้ง ซึ่งความเค็ม
บ้าง, ย่อมรู้แจ้ง ซึ่งความไม่เค็มบ้าง (ดังนี้เป็นต้น). ภิกษุ ท. ! เพราะ
กิริยาที่รู้แจ้ง (ต่ออารมณ์ที่มากระทบ) ได้ มีอยู่ในสิ่งนั้น (เช่นนี้แล) ดังนั้น
สิ่งนั้น จึงถูกเรียกว่า วิญญาณ.
- ขนฺธ. สํ. ๑๗/๑๐๖/๑๕๙.
ดูคลิปเกี่ยวกับ ขันธ์ 5
https://www.youtube.com/watch?v=muR6-E7cLqI&t=83s
https://www.youtube.com/watch?v=eD0VN5k7jSg
https://www.youtube.com/watch?v=4AfAt-T-9Lw&t=40s
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น